สถิติการยิงและการครองบอล บอกอะไรได้จริง และบอกอะไรไม่ได้

หลังเกมจบ สถิติสองตัวที่ถูกหยิบมาพูดถึงมากที่สุดคือจำนวนการยิงและเปอร์เซ็นต์การครองบอล ทั้งสองตัวมีประโยชน์ แต่ทั้งสองตัวก็ถูกใช้เกินกว่าที่มันบอกได้บ่อยมาก บทความนี้ว่าด้วยเส้นแบ่งนั้น

การครองบอลกับจำนวนการยิงทั้งสองตัวถูกใช้เกินกว่าที่มันบอกได้บอกอะไรได้บอกอะไรไม่ได้การครองบอลใครถือบอลนานกว่าถือไว้ทำอะไรยิงทั้งหมดปริมาณความพยายามคุณภาพของโอกาสยิงตรงกรอบบังคับผู้รักษาประตูให้ทำงานระยะที่ยิงยิงในกรอบเขตโทษตำแหน่งที่โอกาสสูงกว่าผลลัพธ์ตัวเลขบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนคำอธิบายว่าทำไม เป็นการตีความ
ทั้งสองตัวถูกใช้เกินกว่าที่มันบอกได้

การครองบอล: วัดเวลา ไม่ได้วัดคุณภาพ

เปอร์เซ็นต์การครองบอลคือสัดส่วนเวลาที่ทีมครอบครองลูก มันตอบคำถามเดียวคือ “ใครถือบอลนานกว่า” ไม่ได้ตอบว่าถือไว้ทำอะไร

ทีมที่ครองบอล 70% อาจกำลังส่งบอลไปมาในแดนตัวเองเพราะเจาะไม่เข้า ส่วนทีมที่ครองบอล 30% อาจตั้งใจตั้งรับลึกแล้วสวนกลับ ซึ่งเป็นแผนที่ได้ผลมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ตัวเลขเดียวกันจึงหมายถึงคนละเรื่องได้

ถ้าอยากให้ตัวเลขนี้มีความหมายขึ้น ให้ดูคู่กับตำแหน่งบนสนามที่เกิดการครองบอล ซึ่งบางแหล่งข้อมูลจะแยกให้เป็นโซนแดนหลัง กลาง และแดนหน้า

จำนวนการยิง: ต้องแยกให้ละเอียดกว่านั้น

“ยิง 18 ครั้ง” เป็นตัวเลขที่หยาบเกินไป สิ่งที่ควรแยกคือ

ช่อง บอกอะไร
ยิงทั้งหมด ปริมาณความพยายาม
ยิงตรงกรอบ ความพยายามที่บังคับผู้รักษาประตูให้ทำงาน
ยิงในกรอบเขตโทษ ตำแหน่งที่มีโอกาสทำประตูสูงกว่ามาก
ยิงถูกบล็อก ถูกขวางก่อนถึงประตู

ทีมที่ยิง 18 ครั้งแต่ส่วนใหญ่ยิงจากนอกกรอบ กับทีมที่ยิง 8 ครั้งแต่เกือบทั้งหมดอยู่ในกรอบเขตโทษ ตัวเลขรวมทำให้ทีมแรกดูเหนือกว่า ทั้งที่คุณภาพโอกาสอาจกลับกัน

ทำไมสองแหล่งถึงให้ตัวเลขไม่ตรงกัน

เรื่องนี้ทำให้หลายคนสับสน สาเหตุคือนิยามไม่เหมือนกัน ผู้ให้บริการข้อมูลแต่ละเจ้ากำหนดเองว่า

  • ลูกที่ถูกบล็อกนับเป็น “ยิงตรงกรอบ” หรือไม่
  • การครองบอลคำนวณจากเวลาถือครอง หรือจากสัดส่วนการจ่ายบอลสำเร็จ
  • ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนับรวมหรือไม่

ดังนั้นก่อนเทียบตัวเลขจากสองแหล่ง ต้องมั่นใจว่าใช้นิยามเดียวกัน ถ้าไม่รู้ว่านิยามต่างกันไหม อย่าเอามาเทียบตรง ๆ ให้เลือกใช้แหล่งเดียวตลอดทั้งการวิเคราะห์แทน

ตัวเลขบอกสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้บอกสาเหตุ

นี่คือเส้นแบ่งที่สำคัญที่สุด สถิติบันทึกว่ามีอะไรเกิดขึ้น ส่วนคำอธิบายว่าทำไม เป็นการตีความของคนดู ซึ่งอาจถูกหรือผิดก็ได้

“ทีมนี้ครองบอลน้อยเพราะโค้ชสั่งตั้งรับ” อาจจริง หรืออาจเป็นเพราะกลางสนามโดนกดจนออกบอลไม่ได้ ตัวเลขเดียวกันรองรับได้ทั้งสองคำอธิบาย การจะรู้ว่าอันไหนถูก ต้องดูเกมหรือฟังสิ่งที่โค้ชพูดหลังเกม

เวลาอ่านบทวิเคราะห์ ให้แยกให้ออกว่าประโยคไหนคือตัวเลข ประโยคไหนคือการตีความ บทวิเคราะห์ที่ดีจะแยกให้เองอยู่แล้ว

สรุปว่าใช้ยังไงถึงจะพอดี

  • ใช้การครองบอลเพื่อดูลักษณะเกม ไม่ใช่เพื่อตัดสินว่าใครเล่นดีกว่า
  • ใช้จำนวนการยิงโดยดูตำแหน่งที่ยิงประกอบเสมอ
  • เทียบตัวเลขเฉพาะเมื่อมาจากแหล่งเดียวกัน
  • แยกตัวเลขออกจากคำอธิบายสาเหตุ

คำถามที่พบบ่อย

ครองบอลเยอะแปลว่าเล่นดีกว่าไหม

ไม่จำเป็น มันวัดเวลาถือครอง ไม่ได้วัดว่าทำอะไรกับบอล ทีมที่ตั้งใจตั้งรับแล้วสวนกลับ ครองบอลน้อยโดยตั้งใจ

ยิงเยอะกว่าแต่แพ้ เป็นเรื่องผิดปกติไหม

ไม่ผิดปกติเลย เพราะจำนวนการยิงไม่ได้บอกคุณภาพของโอกาส ทีมที่ยิงน้อยกว่าแต่ยิงจากตำแหน่งที่ดีกว่า มีโอกาสทำประตูมากกว่าได้

ทำไมสองเว็บให้ตัวเลขไม่ตรงกัน

เพราะนิยามของแต่ละผู้ให้บริการข้อมูลต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องลูกที่ถูกบล็อกและวิธีคำนวณการครองบอล เลือกใช้แหล่งเดียวตลอดจะเทียบง่ายกว่า

สถิติหลังเกมกับตอนเล่นสดต่างกันไหม

ต่างได้ ตัวเลขระหว่างเกมเป็นข้อมูลชั่วคราวที่อาจถูกปรับแก้หลังจบเกม เมื่ออ้างอิงให้ระบุด้วยว่าเป็นตัวเลข ณ ช่วงไหน